วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

บทสรุปเหตุ ฮ.ตก ที่แก่งกระจาน

          ศูนย์การบินทหารบก สรุปสาเหตุเบื้องต้นของเฮลิคอปเตอร์ทั้ง 3 ลำตก ที่อำเภอแก่งกระจาน ว่าเป็นอุบัติเหตุ พร้อมสั่งทุกหน่วยตรวจสอบเฮลิคอปเตอร์ในสังกัดเพื่อความปลอดภัยโดยด่วน
           โดยพลตรีพิทยา กระจ่างวงษ์ ผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก เปิดเผยว่า กรณีเฮลิคอปเตอร์ แบบฮิวอี้ ที่ตกเป็นลำแรกมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศและภูมิประเทศ เนื่องจากในวันที่ 16 กรกฎาคม มีทั้งเมฆ, หมอก, ฝน และลม ซึ่งสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่าและภูเขา ทำให้กระแสลมแปรปรวนมีทั้งลมตีขึ้น ตีลง และลมเฉือน เมื่อนักบินพยายามนำเครื่องลงจอดที่ฐานจอดชั่วคราวบนเนิน 1100 สภาพอากาศมีลักษณะปิด ๆ เปิด ๆ พอเครื่องลงเกือบถึงจุดวางตัว มีกลุ่มเมฆไหลเข้ามาปกคลุมยอดเนิน ทำให้นักบินมองไม่เห็นจุดลง จึงต้องยกตัวขึ้นเพื่อเตรียมลงจอดใหม่ เครื่องจึงไปชนภูเขา
           สำหรับกรณีเครื่องแบล็กคฮอว์ก ที่ตกลำที่ 2 วันที่ 19 กรกฎาคมนั้น มีสาเหตุใกล้เคียงกัน คือ นักบินกำลังจะลงจอดแล้วเจอสภาพอากาศปิด ๆ เปิด ๆ แบบเดียวกับ มีเมฆไหลเข้ามาคลุมยอดเนิน ทำให้นักบินมองไม่เห็นจุดลงและเกิดอาการ "หลงสภาพ" เครื่องจึงเป๋ออกจากจุดลงและตกในที่สุด
           และสำหรับกรณีเครื่องเบลล์ 212 ที่ตกเป็นลำที่ 3 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมได้สอบถามจากชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ และช่างเครื่องที่รอดชีวิต ทราบว่า อุปกรณ์ควบคุมใบพัดหางเทลเตอร์ขัดข้อง จึงไม่สามารถควบคุมใบพัดหางได้ พร้อมทั้งยืนยันว่าเครื่องไม่ได้ดับอย่างที่เข้าใจกันตอนแรก เพราะเครื่องตกถึงพื้นแล้วยังมีเสียงเครื่องยนต์ทำงานอยู่
          อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุไม่ใช่ความประมาทของนักบิน หรือช่างเครื่อง เพราะนักบินทั้ง 6 คน (3 ลำ ลำละ 2 คน) ผ่านการฝึกตามมาตรฐานสากลและมาตรฐานทางทหาร ส่วนตัวเครื่องแม้จะเป็นเครื่องเก่า แต่ก็มีระบบซ่อมบำรุงตามมาตรฐานกองทัพบกสหรัฐฯ มีการตรวจเช็คตามวงรอบ เปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ตลอด ในแต่ละวันจะมีช่างเครื่องตรวจเช็คทุกวัน ทั้งก่อนและหลังบิน
           แต่ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยทางกองทัพบกได้ประสานกรมการขนส่งทหารบกให้ทำหนังสือแจ้งทุกหน่วยที่มีเฮลิคอปเตอร์ เบลล์ 212 ประจำการอยู่ ตรวจเช็คใบพัดหาง และอุปกรณ์ควบคุมทุกลำ หากไม่พบปัญหา หรือ สิ่งผิดปกติก็สามารถนำขึ้นบินได้ 


ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/60883

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ภาพดาวเทียมแสดงจุดตกของเฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้และแบล็คฮอว์ค

            ภาพดาวเทียม IKONOS ในรูปแบบ 3 มิติเพื่อ แสดงจุดตกของเฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้และแบล็คฮอว์คให้เห็นตำแหน่งเด่นชัด โดยค่าพิกัดจุดตกของของเครื่องฮิวอี้มีค่าพิกัด 47PNQ251124 และมีความสูงประมาณ 1,072 เมตรจากระดับน้ำทะเล และพิกัดจุดตกของของเครื่องแบล็คฮอว์ค มีค่าพิกัด.47PNQ251126 และมีความสูงประมาณ 973 เมตรจากระดับน้ำทะเล
20090106-IKONOS-airplane-crash-1s
                                                          (คลิกที่ภาพหรือที่นี้เพื่อดูภาพขยาย)


20090106-IKONOS-airplane-crash-2s
                                                         (คลิกที่ภาพหรือที่นี้เพื่อดูภาพขยาย)

ที่มา : http://www.gistda.or.th/gistda_n/index.php/component/content/article/78/918-20110715-airplanr-crash

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

โครงการดาวเทียม THEOS

          โครงการพัฒนาดาวเทียมสำรวจทรัพยากรของประเทศไทย (THailandEarth Observation System—THEOS) เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2547 ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลฝรั่งเศส โดยมีสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กับบริษัทอีเอดีเอส แอสเตรียม (EADS Astrium SAS) ประเทศฝรั่งเศสเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน กิจกรรมภายใต้โครงการดังกล่าวประกอบด้วย การออกแบบ การพัฒนา การส่งขึ้นสู่วงโคจร และการทดสอบการทำงานของดาวเทียมธีออส รวมถึงการติดตั้งระบบควบคุมดาวเทียม และผลิตข้อมูลภาคพื้นดิน 
THEOS picture     ดาวเทียม THEOS ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของไทยขึ้นสู่วงโคจรเป็นผลสำเร็จเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 เวลาในประเทศไทย 13:37 น. โดยจรวด Dnepr จากฐานส่งจรวดเมือง Yasny ประเทศรัสเซีย ปัจจุบันดาวเทียม THEOS ได้ปฏิบัติภารกิจ โดยมีทีมวิศวกร สทอภ. ทำการควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียม THEOS ที่ตั้งอยู่ ณ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
     ดาวเทียมธีออสโคจรเป็นวงกลมในแนวต่ำ ใกล้ขั้วโลก โดยโคจรในแนวสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun-synchronous orbit) ดาวเทียมจะโคจรผ่านเส้นศูนย์สูตรจากเหนือไปใต้ในเวลา 10:00 น. ทุกวัน ตามเวลาท้องถิ่น ระนาบวงโคจรของดาวเทียมทำมุม 30º กับทิศทางการโคจรของดวงอาทิตย์ระยะเวลาการโคจรกลับมาแนวเดิม (Orbit full cycle) 26 วัน

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

แผนที่ และ ข้อมูลเชิงพื้นที่

แผนที่ คือ 
 สิ่งที่แสดงลักษณะของผิวโลก ทั้งที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยแสดงลงบนพื้นราบ อาศัยการย่อส่วนให้เล็กลงตามขนาดที่ต้องการและใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์แทนสิ่งที่ปรากฏอยู่ บนผิวโลก

ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial data) มีส่วนประกอบ 2 ส่วน คือ 

  • ข้อมูลเชิงภาพ (Graphic data) สามารถแทนได้ด้วย 2 รูปแบบพื้นฐาน
    • ข้อมูลแบบเวกเตอร์ (Vector format) Vector representation ตัวแทนของเวกเตอร์นี้อาจแสดงด้วย จุด เส้น หรือพื้นที่ซึ่งถูกกำหนดโดยจุดพิกัด ซึ่งข้อมูลประกอบด้วยจุดพิกัดทางแนวราบ (X,Y) และ/หรือ แนวดิ่ง (Z) หรือ Cartesian Coordinate System ถ้าเป็นพิกัดตำแหน่งเดียวก็จะเป็นค่าของจุด ถ้าจุดพิกัดสองจุดหรือมากกว่าก็เป็นเส้น ส่วนพื้นที่นั้นจะต้องมีจุดมากกว่า 3 จุดขึ้นไป และจุดพิกัดเริ่มต้นและจุดพิกัดสุดท้าย จะต้องอยู่ตำแหน่งเดียวกัน ข้อมูลเวกเตอร์ ได้แก่ ถนน แม่น้ำ ลำคลอง ขอบเขตการปกครอง เป็นต้น
    • ข้อมูลแบบแรสเตอร์ (Rastor format) Raster or grid representation คือ จุดของเซล ที่อยู่ในแต่ละช่วงสี่เหลี่ยม (grid) โครงสร้างของ Raster ประกอบด้วยชุดของ Grid cell หรือ pixel หรือ picture element cell ข้อมูลแบบ Raster เป็นข้อมูลที่อยู่บนพิกัดรูปตารางแถวนอนและแถวตั้ง แต่ละ cell อ้างอิงโดยแถวและสดมภ์ภายใน grid cell จะมีตัวเลขหรือภาพข้อมูล Raster  ความสามารถแสดงรายละเอียดของข้อมูลราสเตอร์ขึ้นอยู่กับขนาดของเซลล์ ณ จุดพิกัดที่ประกอบขึ้นเป็นฐานข้อมูลแสดงตำแหน่งชุดนั้น ซึ่งข้อมูลประเภท Raster มีข้อได้เปรียบในการใช้ทรัพยากรระบบคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพดีกว่า ช่วยให้สามารถทำการวิเคราะห์ได้รวดเร็ว Raster Data อาจแปรรูปมาจากข้อมูล Vector หรือแปลงจาก Raster ไปเป็น Vector แต่เห็นได้ว่าจะมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นระหว่างการแปรรูปข้อมูล
  • ข้อมูลอรรถธิบาย (Attribute data) เป็นข้อความอธิบายที่มีความสัมพันธ์กับข้อมูลเชิงภาพเหล่านั้น เช่น ชื่อถนน, ลักษณะ พื้นผิว และจำนวนช่องทางวิ่งของเส้นถนนแต่ละเส้น เป็นต้น